เชื้อราในดอกกัญชา: สังเกตอย่างไร
เชื้อราเป็นปัญหาที่พบได้จริงในภูมิอากาศแบบไทย และเป็นเหตุผลหลักที่ต้องใส่ใจเรื่องการเก็บรักษา บทความนี้อธิบายวิธีสังเกตด้วยตาและจมูก
ทำไมเรื่องนี้สำคัญในประเทศไทย
ความชื้นเฉลี่ยในประเทศไทยสูงกว่าช่วงที่เหมาะกับการเก็บดอกกัญชาเกือบตลอดทั้งปี ดอกที่วางไว้ในถุงที่ปิดไม่สนิทในห้องที่ไม่ได้ควบคุมความชื้น สามารถขึ้นราได้ภายในเวลาไม่กี่วัน
สังเกตด้วยตา
เชื้อราส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นฝ้าสีขาวหรือเทาอมเขียว คล้ายผงแป้งหรือใยบาง ๆ เกาะอยู่บนผิวดอก จุดที่ต้องดูให้ดีคือบริเวณด้านในของดอกและรอบก้าน ซึ่งอากาศถ่ายเทน้อยที่สุด
สิ่งที่ทำให้สับสนบ่อยที่สุดคือไทรโคม ซึ่งเป็นเกล็ดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติบนดอก ไทรโคมมีลักษณะเป็นเม็ดใสหรือสีน้ำนม มีก้านและหัวกลม เมื่อส่องด้วยแว่นขยายจะเห็นรูปทรงชัดเจน ส่วนเชื้อรามีลักษณะเป็นเส้นใยไม่มีรูปทรงแน่นอน
สังเกตด้วยจมูก
กลิ่นเป็นสัญญาณที่เชื่อถือได้มาก ดอกที่มีเชื้อราจะมีกลิ่นอับ กลิ่นเหมือนห้องใต้ดิน หญ้าเปียก หรือกลิ่นคล้ายแอมโมเนีย กลิ่นเหล่านี้จะกลบกลิ่นเดิมของสายพันธุ์ หากเปิดภาชนะแล้วได้กลิ่นอับก่อนกลิ่นอื่น นั่นคือสัญญาณเตือน
ถ้าพบเชื้อรา
ไม่ควรใช้ และไม่ควรพยายามแยกเฉพาะส่วนที่เห็นออก เพราะเส้นใยของเชื้อรากระจายเข้าไปในเนื้อดอกมากกว่าที่ตาเห็น การให้ความร้อนไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้น
การสูดดมสปอร์ของเชื้อราอาจทำให้เกิดอาการทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีโรคปอดอยู่เดิม หากมีอาการผิดปกติหลังใช้ ควรปรึกษาแพทย์
ป้องกันดีกว่าตรวจเจอ
การป้องกันคือการควบคุมความชื้นตั้งแต่ต้น ดูรายละเอียดในบทความเรื่องการเก็บรักษา และหากซื้อในปริมาณมาก ควรแบ่งเก็บเป็นภาชนะเล็กหลายใบ แทนที่จะเปิดปิดภาชนะใหญ่บ่อย ๆ ซึ่งทำให้ความชื้นเปลี่ยนทุกครั้งที่เปิด